พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ. ๒๕๕๘
เพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายดังกล่าว สมาชิกทุกท่านต้องอ่านทำความเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งคัด
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรก
เก้าสิบเก้าวัด
ร้านพระเครื่อง
กระดานสนทนา
สมัครสมาชิก
ติดต่อทีมงาน
ค้นหาข้อมูล
เข้าสู่ระบบ
เขี้ยวเสือ ศิลป...
เขี้ยวเสือ ศิลป์วัดกลาง หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน
เขี้ยวเสือ ศิลป์วัดกลาง หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน
รายละเอียด
พระครูพิพัฒนิโรธกิจ หรือ หลวงพ่อปาน เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดมงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) และพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงจากการสร้างเขี้ยวเสือแกะ
พระครูพิพัฒนิโรธกิจ (ปาน )
หลวงพ่อปาน เกิดพ.ศ. 2368 มรณภาพ
29 สิงหาคม พ.ศ. 2453 วัดวัดมงคลโคธาวาส จังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ สังกัด
มหานิกาย ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดมงคลโคธาวาส
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา
ประวัติ
หลวงพ่อปาน เป็นชาวตำบลบางเหี้ย (ตำบลคลองด่านในปัจจุบัน) เกิดปี พ.ศ. 2368 เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายปลื้มกับนางตาล มีเชื้อสายจีนทั้งสองคน เมื่อโตขึ้นได้เรียนหนังสือที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แล้วบวชเป็นสามเณรโดยมีพระศรีสากยบุตร (เซ่ง) เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ภายหลังได้ลาสิกขาบทเพื่อกลับมาช่วยทำงานหาเลี้ยงครอบครัว จนอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดอรุณราชวราราม โดยมีพระศรีสากยบุตร (เซ่ง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ไม่ปรากฏฉายาแน่ชัด (บ้างว่าติสฺสโร บ้างว่าอคฺคปญฺโญ) ท่านอยู่ศึกษากรรมฐานพอสมควรแล้วจึงลากลับมาอยู่วัดมงคลโคธาวาส และได้เป็นเจ้าอาวาสต่อมา
ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ร.ศ. 120 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูพิพัฒนิโรธกิจ มีนิตยภัตราคาเดือนละ 6 บาท พัดยศเป็นตาลปัตรพุดตานพื้นกำมะหยี่ขาวหักทองขวาง ท่านมาไม่ทันงานพระราชพิธี จึงโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงธรรมการส่งสัญญาบัตร ไตร และพัดยศไปพระราชทาน
พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว "เรื่องเสด็จประพาสมณฑลปราจีน" เมื่อ ร.ศ. 127 เพื่อตรวจเยี่ยมการสร้างประตูชลประทานคลองบางเหี้ย ทรงเล่าว่าได้พบพระครูปาน เนื้อความในพระราชหัตถเลขาว่า (อักขรวิธีตามพระราชหัตถเลขา)
พระครูปานมาหาด้วย พระครูปานรูปนี้เปนที่นิยมกันในทางวิปัสนาและธุดงควัตร มีพระสงฆ์วัดต่าง ๆ ไปเดินธุดงค์ด้วยสองร้อยสามร้อย แรกลงไปประชุมอยู่ที่วัดบางเหี้ย มีสัปบุรุษที่ศรัทธาเลื่อมใสช่วยกันเลี้ยง กินน้ำจืดที่มีไว้เกือบจะหมดแล้วก็ออกเดิน ทางที่เดินนั้นลงไปบางปลาสร้อยแล้วจึงเวียนกลับขึ้นมาปราจีน นครนายก ไปพระบาท แล้วเดินลงมาทางสระบุรี ว่ามาตามทางรถไฟ แต่ไม่ขึ้นรถไฟ เว้นแต่พระที่เลื่อยล้าเจ็บไข้ ผ่านกรุงเทพฯ กลับลงไปบางเหี้ย ออกเดินอยู่ในแรมเดือนยี่ กลับไปวัดอยู่ในเดือนห้าเดือนหก ประพฤติเป็นอาจิณวัตรเช่นนี้มา ๔๐ ปีแล้ว คุณวิเศษที่คนเลื่อมใส คือให้ลงตะกรุด ด้ายผูกมือ รดน้ำมนต์ ที่นิยมกันมากนั้นคือรูปเสือแกะด้วยเขี้ยวเสือเล็กบ้างใหญ่บ้างฝีมืออยาบ ๆ ข่าวที่ล่ำลือกันว่าเสือนั้นเวลาจะปลุกเศก ต้องใช้เนื้อหมูเศกเป่าไปยังไรเสือนั้นกระโดดลงไปในเนื้อหมูได้ ตัวพระครูเองเห็นจะได้ความลำบากเหน็ดเหนื่อย ในการที่ใคร ๆ กวนให้ลงโน่นลงนี่ เขาว่าบางทีก็หนีไปอยู่ป่าช้า ที่พระบาทก็หนีขึ้นไปอยู่เสียบนเขาโพธิ์ลังกาคนก็ยังตามขึ้นไปกวนไม่เป็นอันหลับอันนอน แต่บริวารเห็นจะได้ผลประโยชน์ ในการที่ทำอะไร ๆ ขาย มีแกะรูปเสือเป็นต้น ถ้าปรกติราคาตัวละบาท เวลาแย่งชิงกันก็ขึ้นไปถึง ๓ บาท ว่า ๖ บาทก็มี ได้รูปเสือนั้นแล้วจึงไปให้พระครูปลุกเศก สังเกตดูอัชฌาศัยเป็นอย่างคนแก่ใจดีกิริยาเรียบร้อย อายุ ๗๐ แล้วยังไม่แก่มาก รูปร่างล่ำสันใหญ่โต เป็นคนพูดน้อย มีคนอื่นมาช่วยพูด
— เรื่องเสด็จประพาสมณฑลปราจีน
พระครูพิพัฒนิโรธกิจ อาพาธเป็นฝีในคอ มรณภาพเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2453 เวลา 22:45 นาที ถึงวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เจ้าพนักงานส่งหีบเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพ และพระราชทานเงิน 1,000 สตางค์ ผ้าขาวพับ 2 พับ
‘เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน’ แกะจากเขี้ยวเสือ แล้วลงเหล็กจารด้วยตัวเองปลุกเสกโดย ‘พระคาถาหัวใจเสือ’
พยัคโฆ พยัคฆา สูญญา สัพติ อิติ ฮัมฮิมฮึม ... ‘ฮัมฮิมฮึม’
“เขี้ยวเสือ” ของหลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ตามประวัติว่ามีการสร้างออกให้ผู้ที่ศรัทธานำไปบูชาด้วยกัน 2 วัด คือ วัดกลาง และ วัดบางเหี้ย
โดยในช่วงต้นที่หลวงพ่อปานยังจำพรรษาที่วัดกลางท่านยังแข็งแรงและนิยมออกธุดงค์เป็นนิจนั้นก็ได้มีการนำเอาเขี้ยวเสือมาแกะเป็นรูปเสือนี่แล้วหลวงพ่อท่านก็เสกให้ลูกศิษย์ เขี้ยวเสือศิลป์วัดกลางนั้นยังไม่สวยงามนัก และมีรูปแบบที่หลากหลาย บางตัวก็มีจาร บางตัวก็ไม่มี
ตัวนี้ ศิลป์ วัดกลาง " หน้า สิงห์ " มีจาร กอหญ้า ตรง ส่วนก้น และ ผิวหิ้ง แบบ บ้านๆ ครับผม..
ขอขอบคุณข้อมูลดีดี..
จากหลากหลายเพจเวพไซต์ มา ณ ที่นี้ ด้วยครับ..
ผู้เข้าชม
3703 ครั้ง
ราคา
tou salawin
สถานะ
เปิดให้บูชา
โดย
vanglanna
ชื่อร้าน
ตู่ สาละวิน
ร้านค้า
tousarawin.99wat.com
โทรศัพท์
0869210433
ไอดีไลน์
0869210443
บัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
1. ธนาคารทหารไทย / 322-2-62235-3
แสงกล้วย ตานี สุดขลัง ! Maste
คตไข่นกคุ่ม Masterpiece < Ori
คตที่ --มาจากต้นกล้วย ---Mast
ปรอทกินทองครูบาศรีอ่อง < Orig
อิ่น เนื้อเงินโบราณ Masterpiec
คตขนุน ชิ้นนี้มีเยื่อ Masterpi
วัวธนู เขากระทิงแกะ หลวงพ่อน
คตหอยทองแดง ชิ้น Master pi
คตมะขาม Masterpiece < Origi
เก้าสิบเก้าวัด
ร้านพระเครื่อง
กระดานสนทนา
ลงพระฟรี
สมัครสมาชิก
ติดต่อทีมงาน
ลืมรหัสผ่าน
ผู้เข้าใช้งานล่าสุด
เชนเมืองนน
ep8600
PUNPRA
ชา วานิช
pratharn_p
peemoney
bruceAmulets
vanglanna
Pichet Pkc
Kshop
ปลั๊ก ปทุมธานี
บี บุรีรัมย์
มัญจาคีรี ud
หริด์ เก้าแสน
termboon
someman
ภูมิ IR
ตูน เมืองอินทร์
โกหมู
trairat
hra7215
จ่าดี พระกรุ
jocho
Erawan
kuakran
เปียโน
ปาล์ม บารมีเครื่องราง
sansilp
NongBoss
Classicpra
ผู้เข้าชมขณะนี้ 941 คน
เพิ่มข้อมูล
เขี้ยวเสือ ศิลป์วัดกลาง หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน
ส่งข้อความ
ชื่อพระเครื่อง
เขี้ยวเสือ ศิลป์วัดกลาง หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน
รายละเอียด
เขี้ยวเสือ ศิลป์วัดกลาง หลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน
รายละเอียด
พระครูพิพัฒนิโรธกิจ หรือ หลวงพ่อปาน เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดมงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) และพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงจากการสร้างเขี้ยวเสือแกะ
พระครูพิพัฒนิโรธกิจ (ปาน )
หลวงพ่อปาน เกิดพ.ศ. 2368 มรณภาพ
29 สิงหาคม พ.ศ. 2453 วัดวัดมงคลโคธาวาส จังหวัด จังหวัดสมุทรปราการ สังกัด
มหานิกาย ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดมงคลโคธาวาส
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา
ประวัติ
หลวงพ่อปาน เป็นชาวตำบลบางเหี้ย (ตำบลคลองด่านในปัจจุบัน) เกิดปี พ.ศ. 2368 เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายปลื้มกับนางตาล มีเชื้อสายจีนทั้งสองคน เมื่อโตขึ้นได้เรียนหนังสือที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร แล้วบวชเป็นสามเณรโดยมีพระศรีสากยบุตร (เซ่ง) เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่ภายหลังได้ลาสิกขาบทเพื่อกลับมาช่วยทำงานหาเลี้ยงครอบครัว จนอายุครบ 20 ปี จึงอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดอรุณราชวราราม โดยมีพระศรีสากยบุตร (เซ่ง) เป็นพระอุปัชฌาย์ ไม่ปรากฏฉายาแน่ชัด (บ้างว่าติสฺสโร บ้างว่าอคฺคปญฺโญ) ท่านอยู่ศึกษากรรมฐานพอสมควรแล้วจึงลากลับมาอยู่วัดมงคลโคธาวาส และได้เป็นเจ้าอาวาสต่อมา
ในการพระราชพิธีฉัตรมงคล ร.ศ. 120 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูพิพัฒนิโรธกิจ มีนิตยภัตราคาเดือนละ 6 บาท พัดยศเป็นตาลปัตรพุดตานพื้นกำมะหยี่ขาวหักทองขวาง ท่านมาไม่ทันงานพระราชพิธี จึงโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงธรรมการส่งสัญญาบัตร ไตร และพัดยศไปพระราชทาน
พระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว "เรื่องเสด็จประพาสมณฑลปราจีน" เมื่อ ร.ศ. 127 เพื่อตรวจเยี่ยมการสร้างประตูชลประทานคลองบางเหี้ย ทรงเล่าว่าได้พบพระครูปาน เนื้อความในพระราชหัตถเลขาว่า (อักขรวิธีตามพระราชหัตถเลขา)
พระครูปานมาหาด้วย พระครูปานรูปนี้เปนที่นิยมกันในทางวิปัสนาและธุดงควัตร มีพระสงฆ์วัดต่าง ๆ ไปเดินธุดงค์ด้วยสองร้อยสามร้อย แรกลงไปประชุมอยู่ที่วัดบางเหี้ย มีสัปบุรุษที่ศรัทธาเลื่อมใสช่วยกันเลี้ยง กินน้ำจืดที่มีไว้เกือบจะหมดแล้วก็ออกเดิน ทางที่เดินนั้นลงไปบางปลาสร้อยแล้วจึงเวียนกลับขึ้นมาปราจีน นครนายก ไปพระบาท แล้วเดินลงมาทางสระบุรี ว่ามาตามทางรถไฟ แต่ไม่ขึ้นรถไฟ เว้นแต่พระที่เลื่อยล้าเจ็บไข้ ผ่านกรุงเทพฯ กลับลงไปบางเหี้ย ออกเดินอยู่ในแรมเดือนยี่ กลับไปวัดอยู่ในเดือนห้าเดือนหก ประพฤติเป็นอาจิณวัตรเช่นนี้มา ๔๐ ปีแล้ว คุณวิเศษที่คนเลื่อมใส คือให้ลงตะกรุด ด้ายผูกมือ รดน้ำมนต์ ที่นิยมกันมากนั้นคือรูปเสือแกะด้วยเขี้ยวเสือเล็กบ้างใหญ่บ้างฝีมืออยาบ ๆ ข่าวที่ล่ำลือกันว่าเสือนั้นเวลาจะปลุกเศก ต้องใช้เนื้อหมูเศกเป่าไปยังไรเสือนั้นกระโดดลงไปในเนื้อหมูได้ ตัวพระครูเองเห็นจะได้ความลำบากเหน็ดเหนื่อย ในการที่ใคร ๆ กวนให้ลงโน่นลงนี่ เขาว่าบางทีก็หนีไปอยู่ป่าช้า ที่พระบาทก็หนีขึ้นไปอยู่เสียบนเขาโพธิ์ลังกาคนก็ยังตามขึ้นไปกวนไม่เป็นอันหลับอันนอน แต่บริวารเห็นจะได้ผลประโยชน์ ในการที่ทำอะไร ๆ ขาย มีแกะรูปเสือเป็นต้น ถ้าปรกติราคาตัวละบาท เวลาแย่งชิงกันก็ขึ้นไปถึง ๓ บาท ว่า ๖ บาทก็มี ได้รูปเสือนั้นแล้วจึงไปให้พระครูปลุกเศก สังเกตดูอัชฌาศัยเป็นอย่างคนแก่ใจดีกิริยาเรียบร้อย อายุ ๗๐ แล้วยังไม่แก่มาก รูปร่างล่ำสันใหญ่โต เป็นคนพูดน้อย มีคนอื่นมาช่วยพูด
— เรื่องเสด็จประพาสมณฑลปราจีน
พระครูพิพัฒนิโรธกิจ อาพาธเป็นฝีในคอ มรณภาพเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2453 เวลา 22:45 นาที ถึงวันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เจ้าพนักงานส่งหีบเพลิงไปพระราชทานเพลิงศพ และพระราชทานเงิน 1,000 สตางค์ ผ้าขาวพับ 2 พับ
‘เขี้ยวเสือของหลวงพ่อปาน’ แกะจากเขี้ยวเสือ แล้วลงเหล็กจารด้วยตัวเองปลุกเสกโดย ‘พระคาถาหัวใจเสือ’
พยัคโฆ พยัคฆา สูญญา สัพติ อิติ ฮัมฮิมฮึม ... ‘ฮัมฮิมฮึม’
“เขี้ยวเสือ” ของหลวงพ่อปาน (วัดบางเหี้ย) วัดคลองด่าน จ.สมุทรปราการ ตามประวัติว่ามีการสร้างออกให้ผู้ที่ศรัทธานำไปบูชาด้วยกัน 2 วัด คือ วัดกลาง และ วัดบางเหี้ย
โดยในช่วงต้นที่หลวงพ่อปานยังจำพรรษาที่วัดกลางท่านยังแข็งแรงและนิยมออกธุดงค์เป็นนิจนั้นก็ได้มีการนำเอาเขี้ยวเสือมาแกะเป็นรูปเสือนี่แล้วหลวงพ่อท่านก็เสกให้ลูกศิษย์ เขี้ยวเสือศิลป์วัดกลางนั้นยังไม่สวยงามนัก และมีรูปแบบที่หลากหลาย บางตัวก็มีจาร บางตัวก็ไม่มี
ตัวนี้ ศิลป์ วัดกลาง " หน้า สิงห์ " มีจาร กอหญ้า ตรง ส่วนก้น และ ผิวหิ้ง แบบ บ้านๆ ครับผม..
ขอขอบคุณข้อมูลดีดี..
จากหลากหลายเพจเวพไซต์ มา ณ ที่นี้ ด้วยครับ..
ราคาปัจจุบัน
tou salawin
จำนวนผู้เข้าชม
3704 ครั้ง
สถานะ
เปิดให้บูชา
โดย
vanglanna
ชื่อร้าน
ตู่ สาละวิน
URL
http://www.tousarawin.99wat.com
เบอร์โทรศัพท์
0869210433
ID LINE
0869210443
บัญชีธนาคารยืนยันตัวตน
1. ธนาคารทหารไทย / 322-2-62235-3
กำลังโหลดข้อมูล
หน้าแรกลงพระฟรี